วันศุกร์ที่ 21 มีนาคม 2568 เวลา 10.00 น. นางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการ กปร. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงาน กปร. ติดตามผลการดำเนินงานโครงการบรรเทาอุทกภัยอำเภอหาดใหญ่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยรับฟังบรรยายสรุปจากนายสิทธิพร เพชรศรี ผู้อำนวยการโครงการชลประทานสงขลา ณ สำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 16 พร้อมเยี่ยมชมพื้นที่โครงการ
ด้วยพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2531 สรุปความว่า การแก้ไขและบรรเทาอุทกภัยด้วยวิธีการสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่คลองอู่ตะเภาหรือตามลำน้ำสาขา เพื่อสกัดกั้นน้ำจำนวนมากไม่ให้ไหลมายังเมืองหาดใหญ่นั้น คงไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะไม่มีทำเลที่เหมาะสมในการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำที่มีขนาดใหญ่ดังกล่าวได้เลย ดังนั้น การแก้ไขและบรรเทาน้ำท่วมที่ควรพิจารณาดำเนินการ น่าจะได้แก่การขุดคลองระบายน้ำขนาดใหญ่ ให้ทำหน้าที่แบ่งน้ำจากคลองอู่ตะเภา หรือช่วยรับน้ำที่ไหลลงมาท่วมตัวอำเภอหาดใหญ่ให้ระบายลงสู่ทะเลสาบสงขลาโดยเร็ว หลังจากที่ก่อสร้างคลองระบายน้ำเสร็จ ก็ควรพิจารณาสร้างคันกันน้ำรอบบริเวณพื้นที่ดังกล่าว พร้อมกับติดตั้งระบบสูบน้ำออกจากพื้นที่ไม่ให้ท่วมขังตามความจำเป็น
สำนักงาน กปร. ได้สนับสนุนงบประมาณในการดำเนินโครงการในช่วงแรกเริ่ม โดยในปี 2532 กรมชลประทาน ได้ขุดลอกคลองธรรมชาติ อาทิ คลองอู่ตะเภา เพื่อให้สามารถระบายน้ำเร็วขึ้น ต่อมาจึงได้ดำเนินการขุคลองระบายน้ำเพิ่มเติม อีก 7 สาย ในการดำเนินโครงการฯ ระยะแรกตั้งแต่ปี 2544-2550 และดำเนินโครงการฯ ระยะที่ 2 ตั้งแต่ปี 2558-2565 สืบเนื่องจากเหตุอุทกภัยในปี 2553 ทำให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านตัวเมืองหาดใหญ่เกินศักยภาพของคลองระบายน้ำที่มีอยู่ จึงดำเนินการปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำของคลองระบายน้ำสายที่ 1 (ร.1) และอาคารประกอบให้สามารถรองรับปริมาณน้ำดังกล่าวได้
เมื่อปี 2559 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานชื่อคลองระบายน้ำสายที่ 1 (ร.1) ว่า “คลองภูมินาถดำริ” ซึ่งมีความหมายว่า คลองระบายน้ำที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริขุดขึ้น
ปัจจุบัน โครงการบรรเทาอุทกภัยอำเภอหาดใหญ่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สามารถป้องกันน้ำท่วมตัวอำเภอหาดใหญ่ในปี 2567 ที่ผ่านมาได้สำเร็จ และลดมูลค่าความเสียหายจากผลกระทบน้ำท่วมในภาคส่วนต่าง ๆ ได้เป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งน้ำต้นทุนสำคัญในการผลิตน้ำประปาของจังหวัดสงขลา รวมถึงส่งน้ำให้พื้นที่ทางการเกษตรเพิ่มเติมได้อีกด้วย